สืบเนื่องมาจากการได้ไปอ่านกระทู้ที่ทางหนังเรื่องตั๊ดสู้ฟุตออกมายอมรับว่ามีคำหยาบในตลก
สืบเนื่องมาจากกระทู้ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมไปบ่นดีเจในรายการหนึ่งว่าใช้คำหยาบไม่เหมาะสม
ก็จริงๆเหมือนจะไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เรื่องเดิมๆ แต่พอดีว่าไปสะกิดใจกับคอมเม้นต์เข้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและไม่ยอมรับความจริงกัน (คงไม่ต้องบอกล่ะนะว่าเวปไหน)
ไม่ชอบก็ไม่ต้องดู ไม่ชอบก็ไม่ต้องฟัง ไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่าน
ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ประโยคคำพูดแบบไม่รับผิดชอบเช่นนี้เยอะแยะครับ...
จริงๆผมว่าเด็กบางคนสมัยนี้นอกจากไม่รู้จักยอมรับผิดแล้ว ยังไม่รู้จักแยกแยะอะไรใช่ไม่ใช่ด้วยล่ะนะ
ไอ้ประเด็นคำหยาบในหนังละคร หนังสือ บทความนิตยสารนี่เห็นวิจารณ์กันมานักต่อนักแล้ว ส่วนใหญ่ตัวผู้นำเสนอมักจะรู้ตัวและยอมรับคำติติงกัน แต่แย่หน่อยที่มีเด็กบางคนมาตีน้ำให้ขุ่นด้วยคำประชดประชันแบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์เลวร้ายกว่าเดิม
ก่อนที่จะประชดแบบนั้นก็ต้องถามก่อนว่าแยกระหว่างเรื่องที่ลับกับเรื่องสาธารณะเป็นไหม?
พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าตัวผมไม่พูดคำหยาบหรอกนะ พวกคำมึงกูอะไรเทือกนี้ผมก็พูดเหมือนกัน แต่ก็พูดกับเพื่อนสนิทเท่านั้นล่ะ แน่นอนว่าพูดกับผู้ใหญ่ คนทั่วไปสาธารณะก็จะใช้คำที่เบาลงอีกลักษณะหนึ่ง
สิ่งพวกนี้มีกันได้แต่ต้องถามว่ามันถูกกาลเทศะไหม?
ต้องเข้าใจว่าเส้นแบบเขตระหว่างคนตรงกับปากหมานั้นบางแค่เอื้อมครับ สิ่งที่ชี้วัดว่าคนๆนั้นเป็นคนพูดตรงขวานผ่าซากหรือไม่นั้นก็คือกาลเทศะครับ
ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบเหมือนกันที่มีการพูดจาหยาบคายออกที่สาธารณะ สังเกตว่าคนสมัยนี้ค่อนข้างใช้ภาษารุนแรง ไม่ต้องให้พูดถึงเกมออนไลน์ที่มีเกรียนจำนวนมากโลดแล่นเลย นักเลงคีย์บอร์ดเยอะมากจริงๆ
ไอ้ที่ว่าไม่หยาบแล้วไม่ขำน่ะก็มีส่วนครับเพราะคำหยาบมันบาดลึกไปในใจแต่ละคนแล้ว แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะใช้คำหยาบสำหรับทุกคำพูดแม้กระทั่งคำทัก อีเหี้ย ไอ้ควาย อีสัดพวกนี้ ไม่ทราบว่าขำกันตรงไหน? ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ขำล่ะ คำหยาบแล้วขำน่ะลึกๆแล้วผมว่ามันสะท้อนความดิบในใจเราเหมือนกันนะครับ
ไม่ค่อยอยากพูดเรื่องประเด็นการดูถูกกันเท่าไหร่ เดี๋ยวจะยาว ตัดข้ามมาที่ตัวอย่างดีกว่า ขอยืนยันว่าตลกจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องหยาบก็ขำได้ ป๋าต๊อกเองก็เคยปั้นตลกแล้วสอนให้ไม่หยาบกัน ชวนชื่นคาเฟ่ที่ออก TITV ก็เป็นตัวอย่างที่งามโดยการณรงค์เล่นตลกแบบไม่ใช้คำหยาบ และผมก็เห็นว่าขำดีนะ
ตัวอย่างรายการวิทยุดีๆก็อย่างช็อคเอฟเอ็มของดีเจป๋องครับ ชื่นชมเจ้าตัวมากที่รณรงค์ไม่ใช้คำหยาบ ขนาดเวลาเล่ายังแทบไม่มีใครใช้มึงกูเลย ถ้าจะมีใครใช้คนเล่ามักออกตัวขอโทษก่อนใช้ด้วยซ้ำ ซึ่งการได้ฟังรายการผีแบบนี้ก็ทำให้ผมเข้าใจว่าแม้แต่เรื่องเล่าสยองขวัญไม่จำเป็นต้องหยาบมันก็น่ากลัวได้ อยู่ที่ลูกเล่นการนำเสนอของผู้เล่าและเสียงประกอบมากกว่า
ทอร์คโชว์อย่างเดี่ยวไมโครโฟนของโน๊ตอุดมก็มีเหมือนกันที่เล่าเรื่องโดยมีภาษามึงกู แต่ก็แค่ในเรื่อง พอเล่าจบแล้วหันมาเล่นกับผู้ชมก็ใช้คุณ ท่าน ผม ต่อผมก็ไม่เห็นว่าจะเป็นอะไร
แม้แต่นิยายเองก็เคยมีการตั้งกระทู้ถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องใช้คำหยาบ คำตอบก็คือไม่ซะเสมอไปครับ พวกนี้มีลูกเล่นอีกเยอะ ถ้าไม่ใช่แนวสะท้อนสังคมหรือนำเสนอเรื่องจริง ใช้คำเลี่ยงคือเน้นบรรยายบุคลิกตัวผู้พูดก็แทนได้เยอะ
อันที่จริงแล้วมี ความเห็นหนึ่งกล่าวว่าอย่ามาว่าแต่หนังไทยนะ หนังฝรั่งก็มีพูดเหมือนกัน อันนี้ไม่เถียงครับ แต่ภาษาเขาก็หลายความหมายนะครับ ถ้าแปลมาเป็นภาษาไทยให้ถูกก็ยิ่งไม่ต้องห่วง
ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเรื่องแบล็ค ฮว็อค ดาวน์ หนังสงครามที่ผมชอบมากๆเรื่องหนึ่ง... เรื่องนี้ถ้าฟังแบบหนังซับจะเห็นมี ฟัค ทั้งเรื่องเลยครับ แต่เป็นในรูปแบบการอุทานมากกว่าซึ่งพอเป็นซับหรือแปลไทยก็จะเลี่ยงมาใช้คำที่เบาลงอย่าง ไอ้บ้า ไอ้เวร บรรลัย มากกว่าที่จะเป็นคำว่าไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ชิบหาย จันไร แบบโจ่งแจ้งในหนังไทยบางเรื่อง
ผมไม่เคยเจอนะหนังฝรั่งที่แปลฟัคว่าไอ้ควยน่ะ ไม่เคยจริงๆ แต่สำหรับมุกตลกในประเทศน่ะเจอประจำเลย หนังก็ออกไปในทางใกล้เคียงที่ระดับความรุนแรงนี้ก็เยอะ
คงปฎิเสธไม่ได้ว่าโลกเปลี่ยน
สมัยผมยังเด็กหนังวัยรุ่นแสบๆยังใช้เรา นายอยู่เลย แต่บทร้ายมันก็ร้ายจริงๆนะ ไม่ต้องใช้คำหยาบผมดูแล้วยังเกลียดคาแรกเตอร์นั้นเลย
ก็อย่างว่ายุคสมัยเปลี่ยน มีการเปิดเผยมากขึ้น คำพวกนี้เลยระบาด ไปทุกวงการหัวระแหง จนเป็นที่มาของการเลี่ยงบาลีว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องยุ่ง
ต้องไม่ลืมว่าทุกสิ่งที่ผ่านช่องทางที่เรียกว่า 'สื่อ' นั้นล้วนมีผลกระทบต่อสังคมทั้งนั้น
อย่างว่าล่ะครับกาลเทศะนั้นสำคัญ คำหยาบไม่ใช่ว่าไม่มีไม่ได้เลย มีน่ะได้แต่ควรใช้ให้ถูกที่ แล้วไม่ใช่ว่าใช้กันทั้งเรื่อง นึกแล้วสงสารตลกยุคแรกๆที่ถูกเรียกว่าจำอวดหน่อยก็ดีนะครับ ท่านที่เสียไปคงเสียใจไม่น้อยที่มุกตลกคลาสสิกปัจจุบันเกิดจากคำหยาบที่พวกเขาพยายามไม่ใช้กัน
แต่ก็ต้องขอชมตลกหลายคณะและดีเจหลายท่านที่มีส่วนช่วยรณรงค์ให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินไปในทางที่ควรจะเป็น สังคมไทยควรมีกาลเทศะและสัมมาคารวะครับ
โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบตลกคณะโน๊ตเชิญยิ้มเป็นพิเศษ ผมมีเทปเป็นช่วงๆก็เห็นพัฒนาการตั้งแต่ยุคแรกๆ(ยังหนุ่ม) ยุคกลางๆ ยันยุคปลาย แม้กระทั่งทำรายการโทรทัศน์
ตลกพรสวรรค์คนนี้มีหลายคาแรกเตอร์มากครับ (อย่างไรก็ตามผมขอตัดประเด็นพิธีกรออกนะครับเพราะคุณโน๊ตนั้นเป็นพิธีกรหรือกรรมการตัดสิน(ตีสิบ) ที่ยิงมุกตลกออกทีวีได้ค่อนข้างฮาและสุภาพคนหนึ่งครับ ประเด็นคำหยาบนั้นขอพูดถึงแต่ตอนแสดงตลกนอกจอแทน...)
โดยส่วนตัวผมมองในการแสดงตลกตามร้านอารหารนั้นก็ถือว่าเขาเป็นตลกคำหยาบคนหนึ่งเหมือนกันในยุคหลังๆ แต่คำหยาบสำหรับตลกนั้นผมว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะต้องมองว่าตลกเล่นที่ไหน? คำตอบคือคาเฟ่ แล้วคาเฟ่ใครไปดู? ก็ผู้ใหญ่มีเงินจ่ายค่าอาหาร และแน่นอนว่าถ้าผู้ใหญ่รู้เรื่องมาดูกันเยอะก็ไม่มีปัญหาเรื่องคำพวกนี้(แม้จะมีลูกเด็กเล็กแดงมาบ้างก็น้อยล่ะ) หากจะเป็นการพูดเพื่อเน้นอารมณ์การนำเสนอก็คงไม่ผิด ประเด็นนี้ล่ะที่จะอ้างว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องดูก็ได้ เพราะไม่ใช่ที่สาธารณะ เป็นที่เฉพาะกลุ่มคนที่เข้าไป แล้วส่วนใหญ่เด็กเขาวนชนไม่เข้า
ประเด็นไม่ใช่แค่นี้ครับ การอัดวีดีโอของตลกบางครั้ง ถ้าคุณเป็นคนชอบดูตลก จะเจอซีนหลุดๆเหมือนกันที่ตลกจะแซวๆว่า 'ดูด' ออกทีนะ ดูดที่ว่าก็คือการเซนเซอร์คำหยาบครับ วีซีดียุคหลังนี้ก็มีเหมือนกันที่เอาวีดีโอมาอัดลงแผ่น แล้วบางมุกก็โดนดูดจริงๆครับ
เห็นไหมล่ะครับไม่ใช่ว่าเขาไม่รับผิดชอบนะ คนกระทำเขารับผิดชอบ แต่น่าเสียดายที่เด็กบางคนกลับเห็นผิดเป็นชอบแล้วเถียงด้วยเหตุผลที่เรียกได้ว่าคนละเรื่องกันเลย
คำหยาบนั้นไม่ใช่สิ่งผิด ไม่ผิดกฎหมายหากไม่เอาไปว่าใครหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่ในแง่ของการพูดคำหยาบผ่านสื่อแม้ไม่มีผลกระทบโดยตรง แต่ก็มีผลกระทบทางอ้อมที่จะไปฟอกจิตใจของเด็กๆที่กำลังเรียนรู้ให้ดำมืดได้โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว ว่าก็ว่าเถอะนะหัวอกพ่อแม่ร้อยทั้งร้อยก็อยากให้ลูกสุภาพเรียบร้อยกันทั้งนั้น คงไม่มีใครอยากให้ลูกตัวเองพูดมึงกูไอ้เหี้ยไอ้สัตว์ผ่านหน้าผ่านตากันหรอก
สรุปคือสิ่งใดๆที่เข้าสู่สาธารณะมีคนจับต้องได้ทั้งแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แล้วจะมีผลกระทบใดๆต่อผู้คนแล้ว... ทุกสิ่งทุกคำพูดทุกการแสดงออกล้วนต้องมีความรับผิดชอบในตัวครับ บ้านเมืองนี้ไม่ได้มีกันอยู่กลุ่มเดียว แต่ยังมีอีกหลายกลุ่มคน หลายเพศ หลายวัย กาลเทศะคือสิ่งสำคัญ
ฉะนั้นการอ้างว่าไม่ชอบไม่ต้องฟัง ไม่ชอบไม่ต้องดูนี่คือการพูดแบบหนีความจริงไม่รับผิดชอบครับ ถ้าอยากจะหยาบก็เชิญหยาบแต่ในกลุ่มกันเองไปเถอะ ไม่ต้องเอามาปาเปื้อนให้คนอื่นๆครับ
เพราะจริงๆแล้วไม่ต้องให้ว่าไม่ชอบไม่ต้องฟังหรอก ผมเองก็ไม่ได้อยากจะฟังมันให้เป็นเสนียดหูนักหรอก แต่บางครั้งอยู่ดีๆของมันกระแทกมาเองนี่หว่า ไม่ขอบ่นแสดงสิทธิ์ก็ไม่ได้ซะล่ะมั้ง...
edit @ 2007/07/26 15:02:20


