2007/Jun/23

ใครที่เล่นเกม CM บ่อยๆน่าจะคุ้นกับคำนี้ดีนะครับ กับนักเตะที่ขึ้นตัวแดงว่า INJ แล้วก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะเจ็บไปนานแค่ไหน

ผมเองก็เพิ่งประสบกับ Injury มาเมื่อวานนี้เอง
จากบล็อคตอนล่างที่ว่าผมไปว่ายน้ำเพื่อเรียกกำลังกลับมา ครับก็หลังจากว่ายได้เกือบ 2 อาทิตย์ผมก็เริ่มมั่นใจว่ากำลังกลับในระดับหนึ่งแล้ว

ผมไปเตะบอลวันแรกที่สวนเขลางค์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ฟอร์มการเล่นถือว่าตกไปมาก ขนาดที่ล้มแล้วตะคริวขึ้นง่ายๆ แต่ก็โอเคฟอร์มโดยเฉลี่ยยังไม่เลวร้ายอะไร กล้ามเนื้อขาไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่เพราะลักษณะการใช้กล้ามเนื้อจะต่างกับว่ายน้ำ

วันต่อมาหลังจากยืดเส้นแล้วผมตัดสินใจนวดขาด้วยเคาน์เตอร์เพนก่อนเล่นเพื่อให้กล้ามเนื้ออบอุ่นและตื่นตัว (ปกติผมไม่นิยมน้ำมันมวยน่ะ)
การเล่นวันนี้ถือว่าดีกว่าเมื่อวานมากเพราะเริ่มคุ้นสนามและเรียกเซ้นส์เชิงบอลกลับมาได้บ้าง จังหวะมืดก็มีบ้างแต่ก็วืดเพราะชงักในจังหวะที่ต้องระวังไม่เตะสูงไปโดนก้านคอใครเข้า

สนามที่ผมเล่นเป็นแบบที่ขาการ์ตูนเล่นกันที่สนามเป้า แต่ประตูนั้นจะเอาม้านั่งแทน โดยถ้าเตะลอดช่องว่างระหว่างขาม้านั่งได้ก็ถือว่าเข้า
ผมยืนตำแหน่งสุดท้ายที่มักเรียกกันว่าประตูเพราะเป็นตัวสุดท้ายที่เฝ้าโกล์ แต่จริงๆแล้วถ้าจะให้ถูกต้องเรียกสวีปเปอร์มากกว่าเพราะโกล์หนูใช้มือไม่ได้

พูดถึงตำแหน่งนี้แล้วจะบอกว่าทำหน้าที่น้อยก็ใช่ จะบอกว่าทำหน้าที่มากก็ใช่ ทั้งนี้ต้องขึ้นกับว่าทีมที่เล่นเปิดเกมรุกหรือรับแล้วรอสวน แต่โดยรวมแล้วเป็นตำแหน่งที่วิ่งน้อยที่สุดในสนาม
ถึงจะวิ่งน้อยที่สุดแต่ผมว่าเป็นตำแหน่งที่กดดันที่สุดในสนามครับ เพราะบอลผ่านเราไปได้นั่นก็เท่ากับว่าเสียประตูแล้วทีมแพ้ออก (ที่สนามจะมีคนเล่นเยอะประมาณ 4 ทีม ใครเสียประตูออก)

การเล่นบอลที่นี่จะมีตั้งแต่เด็กมัธยมยันถึงคนวัยทำงาน รุ่นคุณลุงก็มี ถือว่ากว้างมาก ซึ่งโดยมากจะเป็นขาบอลที่เล่นบอลกันคล่อง การต่อบอลทำชิ่งนี่เป็นรูปร่างมาก
ดังนั้นแล้วบ่อยครั้งที่บอลจะไปขึงหน้าประตู ต่อไปมาเพื่อดึงกองหลังกับโกล์(สวีปเปอร์)ให้หลุดจากตำแหน่งแล้วยิงเข้าไป

และการขึงนี่เองที่ทำให้กองหน้าของฝ่ายตรงข้ามมาออแถวหน้าประตู ในขณะที่กองหลังของเราก็ออตามไปด้วย
ตำแหน่งโกล์จะเป็นอะไรที่ถูกบังอยู่ประจำ ซึ่งเราที่อยู่ตำแหน่งนี้ก็ต้องสอดส่องให้ทันที่สำคัญคือต้องมีปฎิกริยาตอบสนองให้ไวพอที่จะเหยียดเท้าไปกันมุมประตูในกรณีที่ถูกลูกยิงแบบฉกฉวย

แล้วในจังหวะหนึ่งนั้นเอง บอลได้ถูกส่งต่อไปแบบไหลช้าไปพอดีข้อกองหน้าอีกฝ่าย
บอลเข้าข้อเท้าซัดเต็มแรงกะว่าให้พุ่งยัดเข้า แต่มันกดไม่ลงครับ บอลเล่นโด่งมาระดับลำตัว

กองหน้ามันก็แหวกกันหมดสิเพราะเห็นว่าบอลไม่เข้ากรอบ จะบังก็เจ็บเปล่า ซึ่งลงได้แหวกแบบนั้นพริบตาเดียวบอลก็พุ่งมาทางผมแล้ว ฉับพลันเกินกว่าจะได้หลบ

บอลกระแทกเข้ากับมือขวาที่กางอยู่ให้เสียงดังพิ้งชัดในหูเลย...

จากนั้นบอลก็เด้งออกไป แต่ผมก็ร้องอั๊กออกไปเองแบบกลั้นไม่อยู่ ความรู้สึกตอนนั้นมันวิ้งในหูสองข้าง หน้ามืด มือขวาชาและปวดหนักที่ข้อมือข้อแขน
จำได้ชัดว่าตอนนั้นแขนขวาห้อยลงไปเลย หัวหมุนแต่ยังไม่ล้ม กองหลังทีมเดียวกันก็หันมาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรมากไหม ผมก็ตอบไปว่ายังไหว แค่หน้ามืดนิดหน่อย จากนั้นก็เล่นต่อ

คือจริงๆแล้วก็ไม่ได้ว่าฝืนอะไรหนักหนาหรอกครับ แต่เชื่อว่าคนที่เล่นบอลบ่อยๆน่าจะเคยเจออารมณ์นี้เหมือนกันประเภทล้มไหล่ลงพื้นบ้าง กระแทกเข่าเข้าเส้นบ้าง คือเจ็บเฉพาะจุดเดี๋ยวก็หายแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับการเล่นสักเท่าไหร่
พอหายหน้ามืดก็เล่นต่อจนจบเกมราวๆ 10นาที ไม่มีใครทำประตูได้ก็เป่ายิงฉุบหาทีมออกไป

ตอนนั้นทีมผมได้ออก ผมก็กลับมาข้างสนาม เอาน้ำล้างแขน รู้สึกว่าอาการที่เกิดขึ้นน่าจะข้อมือซ้นคือนิ้วขยับได้ข้อมือขยับได้แสดงว่ากระดูกกับข้อต่อปกติ
อย่างว่าการที่ร่างกายเราห่างสนามมานานทำให้ความทนทานลดลงไปตามเรื่อง อีกอย่างคือถ้าจังหวะนั้นผมไวกว่านี้ชักมือหลบหรือเกร็งข้อมือ อาการบาดเจ็บคงน้อยกว่านี้

หลังจากนั้นผมก็เล่นไปจนเลิกล่ะ อาการข้อมือที่ปวดตอนแรกก็หายไปแล้วแต่ก็มีปวดในจังหวะที่กระโดดแล้วสะเทือน
ปัญหาในตอนนี้คือข้อมือผมแทบงอไม่ได้เลย แล้วจะกลับบ้านยังไงล่ะ... ในเมื่อมือขวาต้องบิดคันเร่งที่แฮนด์รถมอเตอร์ไซค์...

แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องฝืนความเจ็บบิดกลับ พองอได้บ้างล่ะครับจำได้เลยว่าตอนนั้นขี่รถกลับบ้านด้วยความเร็วต่ำ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลังจากมาถึงบ้านอาบน้ำนวดยาแล้วก็ดีขึ้นนิดหน่อย อย่างน้อยนิ้วก็ยังปกติจับเม้าท์พิมพ์คอมพ์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ความเร็วกับจังหวะการบิดข้อมือตกไปมาก เพราะบิดทีก็สะดุ้งที
แต่อาการมันก็ไม่ดีซะทีเดียว ถึงมือจะขยับได้แต่ก็ออกแรงไม่ได้ เอาเป็นว่าขนาดหมอนข้างนิ่มๆตกใส่มือยังปวดรวดร้าว

ตื่นมาอีกทีช่วงบ่าย อาการไม่ดีขึ้นมากอย่างที่คิด อย่างน้อยก็บิดลูกบิดเปิดประตูไม่ไหว จริงๆน่ะบิดได้แต่ปวดมากขนาดต้องก้มตัวเอียงไหล่ตามไปด้วยก็ตีซะว่าเปิดไม่ได้ละกัน
ตกลงก็เลยคิดว่าไปหาหมอดีกว่าวุ้ย กลัวว่ามันจะไม่ใช่แค่ซ้นแล้ว อย่างน้อยก็ขอยากลับมาก็ยังดี เล่นบอลได้ 2 วันแล้วพักยาวมันน่าเกลียด อย่างน้อยสักวันจันทร์กลับไปเตะต่อก็ยังดี

ตกตอนเย็นก็ไปหาคลีนิก ก็ดีเจอคลีนิคเปิดใหม่ใกล้ๆบ้าน เป็นหมอทางกระดูกพอดี
หมอก็ยังดูหนุ่มอยู่เลยนะ ท่าทางจะพึ่งย้ายมาโรงพยาบาลแถวนั้นแล้วเปิดคลีนิกด้วย ก็เข้าไปตรวจอาการกำมือจับนิ้วกดเส้นตามขั้นตอนไป
คุณหมอก็พูดเหมือนที่ผมคิดคือกระดูกไม่มีปัญหา แต่ที่มีปัญหาน่าจะเป็นกล้ามเนื้อเส้นเอ็นเพราะถูกกระแทกกลับอย่างแรง
จากนั้นผมก็ถูกส่งไปบำบัดที่คลีนิกข้างๆ ไม่รู้เป็นเครื่องอะไรนะแต่เขาใช้เจลทาที่แถวแผลแล้วใช้ตัวกดถูไปรอบจากนั้นก็ใช้ผ้าทับสัก 10-20 นาที
เรียบร้อยแล้วก็รับยากลับสมใจ

คุยกับหมอก็สนุกดี ดูท่าหมอจะเป็นขาฟุตบอลเหมือนกัน หมอแนะนำว่าถ้าเกิดอาการแบบนี้ไม่ว่าข้อมือหรือข้อเท้าให้หาซื้อน้ำแข็งมาเทใส่อ่างแล้วเอาจุดที่เจ็บแช่ไว้เลย ซึ่งจะเป็นการปฐนพยายาลที่ดีมากทำให้แผลหายไวขึ้นเยอะ
ก็ได้ยามากินสิบวัน แต่หมอบอกว่ากินแค่ 3 วันอาการก็ดีขึ้นแล้ว นัดไปดูอาการอีกทีวันศุกร์หน้าครับ

ก็หวังว่าจะหายภายใน 3 วันเหมือนกัน จันทร์นี้จะไปเตะบอลอีก

ปล. พอใช้มือขวาไม่ได้นี่มันลำบากจริงๆนะเนี่ย ถึงจะเป็นคนถนัดซ้ายก็เถอะ แต่จะเปิดประตู ยกแก้วน้ำยังทำแทบไม่ได้เลย
ช่วงนี้หมอบอกว่าอย่าใช้งานมือขวานัก แต่คงทำไม่ได้แฮะ เพราะไม่ได้แต่งนิยายแล้วมันจะลงแดงเอา (ฮา)

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เจ็บข้อมือเพราะแบบนี้เองเรอะ

หายเร็วๆเด้อ
#1  by  Blade At 2007-06-23 07:41, 
ระวังนา =3=' สามวันเองพัก ๆ ไปดีกว่า
#2  by  xelloss At 2007-06-23 09:20, 
หุๆ ขอบคุณคร้าบ
#3  by  kiwi At 2007-06-23 21:48, 

<< Home